วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2559

พุทธประวัติสมเด็จองค์ปฐมพระพุทธสิกขีทศพลญาณที่ ๑ (พระพุทธเจ้าองค์แรก)




พระพุทธเจ้าสมเด็จองค์ปฐม  ทรง สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์แรกแห่งโลกธาตุ  ทรงค้นพบวิชาว่าด้วยการบำเพ็ญ บารมีเพื่อความพ้นทุกข์และสำเร็จตามพระประสงค์  จากนั้นทรงบัญญัติรวบรวมพระ สูตรพร้อมทั้งทรงฝึกบุคคลเพื่อให้ถึงความหลุดพ้นจากวัฏสงสาร  และฝึกบุคคล เพื่อสืบทอดพุทธวงศ์ดำรงไว้ซึ่งพระสัทธรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสรรพสัตว์
ระยะเวลาที่ทรงตั้งพระทัยมั่นค้นคว้าโดยไม่มีแบบอย่างและไม่มีครูผู้ฝึกเป็นเวลาประมาณมิได้แค่พระพุทธเจ้าที่บำเพ็ญบารมีแบบ วิริยะธิกะพุทธเจ้า ซึ่งมีการบำเพ็ญบารมียาวนานมากคือรวมทั้งสิ้น ๘๐ อสงไขย โดยแบ่งเป็น ๓ ระยะ คือ...
๑. ปรารถนาในใจ ๒๘ อสงไขย
๒. เปล่งวาจาต่อพระพักตร์พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ๓๖ อสงไขย รวมเป็น ๖๔ อสงไขย จึงได้เป็น
๓. นิตยะโพธิสัตว์ รับพุทธพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรกจึงบำเพ็ญบารมีต่ออีก ๑๖ อสงไขยกับเศษแสนมหากัป จึงจะถึงกาลมาตรัสรู้ได้
      ดังนั้นพระพุทธเจ้าสมเด็จองค์ปฐมจะต้องทรงใช้เวลานานสักเท่าใดกว่าพระองค์ จะทรงมาตรัสรู้สั่งสอนสรรพสัตว์และสืบทอดพุทธวงศ์ได้ด้วยพระองค์ทรงเป็นผู้ ให้กำเนิดพุทธวงศ์พระสัทธรรมทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ และจุดประกายความสว่างในจักรวาลให้โลกได้เริ่มรู้จักการสั่งสมบุญบารมี
เมื่อ ทรงใช้เวลาอันมิอาจจะประมาณได้จนพระองค์สามารถสรุปแนวทางอันแน่นอนแล้วก็ยัง ทรงเวียนว่ายในวัฏสงสารอยู่นานกว่า ๔๐ อสงไขย  จึงทรงดูกาลที่จะทรงลงมาตรัสรู้บนโลกในพระชาติสุดท้ายขณะนั้นมนุษย์ มีอายุขัยประมาณ ๘๐,๐๐๐ ปี ทรงออกมหาภิเนษกรมณ์เมื่อพระชนมายุได้  ๔๐,๐๐๐ ปี หลังจากทรงผนวชได้ ๒๐,๐๐๐ ปี จึงทรงบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์แรกของโลก  จึงถือเป็นการอุบัติแห่งปฐมบรมครูพระผู้รู้แจ้งทุกสรรพ สิ่งของโลกธาตุทุกสรรพวิชาในจักรวาลที่ไม่มีใครเทียบและเสมอเหมือนพระองค์ ได้  ทรงโปรดเวไนยสัตว์และประกาศพระสัทธรรมสร้างรากฐานก่อตั้งพระพุทธศาสนา อยู่เป็นเวลาประมาณ  ๒๐,๐๐๐ ปี  จึงได้เสด็จดับขันธปรินิพพาน
พระพุทธเจ้าสมเด็จองค์ปฐมทรงพระนามว่า สมเด็จพระพุทธสิกขี แต่พระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ต่อมาก็ทรงมีพระนามซ้ำกัน  โดยเฉพาะพระนามนี้มีด้วยกันถึง ๕ พระองค์ จึงขอถวายพระนามว่า  สมเด็จพระพุทธสิกขีทศพลญาณที่ ๑  พระองค์จึงทรงเป็นต้นวงศ์ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์จึงสมควรยกย่องพระองค์เป็น  สมเด็จองค์ปฐมบรมครูอย่าง แท้จริงส่วนพระนามอื่นๆนั้น ชนทั่วไปยกย่องขานพระนามอีกมากมายเหมือนพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันที่ได้ทรง รับการกล่าวขานพระนามมากมายเช่นกันด้วยความเคารพความศรัทธาอย่างยิ่ง
คณาจารย์ ครูบาอาจารย์ผู้รู้ได้เล่าสืบต่อกันมาด้วยท่านเหล่านั้นเป็นผู้สืบทอดเชื้อ สายแห่งพุทธวงศ์มาจึงมาความรู้ตามวิสัยแห่งพุทธะไปด้วยและท่านที่มีความกล้า หาญอดทนเป็นยิ่งที่นำเรื่องสมเด็จองค์ปฐมมาเผยแผ่ให้ชนทั้งหลายไม่ลืมต้น กำเนิดแห่งพุทธวงศ์  คือ  พระราชพรหมยาน  (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดท่าซุง เด่นชัดที่สุด  ต่อมาสายหลวงปู่ปาน โสนันโท วัดบางนมโค,  ศิษย์สายหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก, หลวงปู่ขันตยาภรณ์ สุสานไตรลักษณ์ แม่วาง เชียงใหม่  และน่าจะมีอีกหลายท่านแต่ยังไม่ถึงกาลเวลาหรืออย่างไรจึงยังไม่ แพร่หลายเท่าที่ควรบัดนี้น่าจะถึงกาลเวลาที่ผู้รู้จะได้ยังกิจนี้ให้สมบูรณ์ เพื่อประโยชน์เกื้อหนุนแก่พระพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองไม่มีประมาณจะยังจิตให้ แก่สรรพสัตว์ได้รักในการบำเพ็ญบารมีในทางที่ไม่ประมาท  และเป็นความเจริญใน ชาติบ้านเมืองอันเป็นจุดนำไปสู่ความเจริญและสันติภาพของโลกด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น