- ประกาศ ผู้ที่จะแนะนำร้าน หรือ แนะนำสินค้า, บริการ ขอให้ไปประกาศได้ที่ https://www.facebook.com/groups/phetchburi/ ตั่งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 เป็นต้นไป หน้านี้ของให้งดการโฆษณาเชิงธุรกิจทุกประเภทนะครับ (ฝ่าฝืน แบนออกอย่างเดียว) ตอนนี้ใช้กฎระเบียบเก่าไปพลางก่อน หลังจากวันที่ 1 จะมีระเบียบใหม่มาใช้นะครับ และจะแจ้งให้ทราบในกาลต่อไป
- ขอเชิญผู้ที่มีหน้าร้าน และไม่มีหน้าร้านขายของ ขายสินค้าหรือบริการ ไปขายของได้ฟรีๆ ได้ที่ตลาดกลางจังหวัดเพชรบุรี (ตลาดออนไลน์) https://www.facebook.com/groups/phetchburi/ <=== คลิกเข้าร่วมเลยครับ
- ระเบียบข้อบังคับของกลุ่มเฟชบุ๊ค "จังหวัดเพชรบุรี" http://fb-phetchaburi.blogspot.com/2016/04/blog-post.html <=== คลิกเพื่ออ่านครับ
- แก้ไข เฟสบุ๊คติดไวรัส โพสเองได้ http://www.iphonemod.net/how-do-i-get-rid-of-a-facebook-virus.html
วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2559
พุทธประวัติสมเด็จองค์ปฐมพระพุทธสิกขีทศพลญาณที่ ๑ (พระพุทธเจ้าองค์แรก)
พระพุทธเจ้าสมเด็จองค์ปฐม ทรง สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์แรกแห่งโลกธาตุ ทรงค้นพบวิชาว่าด้วยการบำเพ็ญ บารมีเพื่อความพ้นทุกข์และสำเร็จตามพระประสงค์ จากนั้นทรงบัญญัติรวบรวมพระ สูตรพร้อมทั้งทรงฝึกบุคคลเพื่อให้ถึงความหลุดพ้นจากวัฏสงสาร และฝึกบุคคล เพื่อสืบทอดพุทธวงศ์ดำรงไว้ซึ่งพระสัทธรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสรรพสัตว์
ระยะเวลาที่ทรงตั้งพระทัยมั่นค้นคว้าโดยไม่มีแบบอย่างและไม่มีครูผู้ฝึกเป็นเวลาประมาณมิได้แค่พระพุทธเจ้าที่บำเพ็ญบารมีแบบ วิริยะธิกะพุทธเจ้า ซึ่งมีการบำเพ็ญบารมียาวนานมากคือรวมทั้งสิ้น ๘๐ อสงไขย โดยแบ่งเป็น ๓ ระยะ คือ...
๑. ปรารถนาในใจ ๒๘ อสงไขย
๒. เปล่งวาจาต่อพระพักตร์พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ๓๖ อสงไขย รวมเป็น ๖๔ อสงไขย จึงได้เป็น
๓. นิตยะโพธิสัตว์ รับพุทธพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรกจึงบำเพ็ญบารมีต่ออีก ๑๖ อสงไขยกับเศษแสนมหากัป จึงจะถึงกาลมาตรัสรู้ได้
ดังนั้นพระพุทธเจ้าสมเด็จองค์ปฐมจะต้องทรงใช้เวลานานสักเท่าใดกว่าพระองค์ จะทรงมาตรัสรู้สั่งสอนสรรพสัตว์และสืบทอดพุทธวงศ์ได้ด้วยพระองค์ทรงเป็นผู้ ให้กำเนิดพุทธวงศ์พระสัทธรรมทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ และจุดประกายความสว่างในจักรวาลให้โลกได้เริ่มรู้จักการสั่งสมบุญบารมี
เมื่อ ทรงใช้เวลาอันมิอาจจะประมาณได้จนพระองค์สามารถสรุปแนวทางอันแน่นอนแล้วก็ยัง ทรงเวียนว่ายในวัฏสงสารอยู่นานกว่า ๔๐ อสงไขย จึงทรงดูกาลที่จะทรงลงมาตรัสรู้บนโลกในพระชาติสุดท้ายขณะนั้นมนุษย์ มีอายุขัยประมาณ ๘๐,๐๐๐ ปี ทรงออกมหาภิเนษกรมณ์เมื่อพระชนมายุได้ ๔๐,๐๐๐ ปี หลังจากทรงผนวชได้ ๒๐,๐๐๐ ปี จึงทรงบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์แรกของโลก จึงถือเป็นการอุบัติแห่งปฐมบรมครูพระผู้รู้แจ้งทุกสรรพ สิ่งของโลกธาตุทุกสรรพวิชาในจักรวาลที่ไม่มีใครเทียบและเสมอเหมือนพระองค์ ได้ ทรงโปรดเวไนยสัตว์และประกาศพระสัทธรรมสร้างรากฐานก่อตั้งพระพุทธศาสนา อยู่เป็นเวลาประมาณ ๒๐,๐๐๐ ปี จึงได้เสด็จดับขันธปรินิพพาน
พระพุทธเจ้าสมเด็จองค์ปฐมทรงพระนามว่า สมเด็จพระพุทธสิกขี แต่พระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ต่อมาก็ทรงมีพระนามซ้ำกัน โดยเฉพาะพระนามนี้มีด้วยกันถึง ๕ พระองค์ จึงขอถวายพระนามว่า สมเด็จพระพุทธสิกขีทศพลญาณที่ ๑ พระองค์จึงทรงเป็นต้นวงศ์ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์จึงสมควรยกย่องพระองค์เป็น สมเด็จองค์ปฐมบรมครูอย่าง แท้จริงส่วนพระนามอื่นๆนั้น ชนทั่วไปยกย่องขานพระนามอีกมากมายเหมือนพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันที่ได้ทรง รับการกล่าวขานพระนามมากมายเช่นกันด้วยความเคารพความศรัทธาอย่างยิ่ง
คณาจารย์ ครูบาอาจารย์ผู้รู้ได้เล่าสืบต่อกันมาด้วยท่านเหล่านั้นเป็นผู้สืบทอดเชื้อ สายแห่งพุทธวงศ์มาจึงมาความรู้ตามวิสัยแห่งพุทธะไปด้วยและท่านที่มีความกล้า หาญอดทนเป็นยิ่งที่นำเรื่องสมเด็จองค์ปฐมมาเผยแผ่ให้ชนทั้งหลายไม่ลืมต้น กำเนิดแห่งพุทธวงศ์ คือ พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดท่าซุง เด่นชัดที่สุด ต่อมาสายหลวงปู่ปาน โสนันโท วัดบางนมโค, ศิษย์สายหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก, หลวงปู่ขันตยาภรณ์ สุสานไตรลักษณ์ แม่วาง เชียงใหม่ และน่าจะมีอีกหลายท่านแต่ยังไม่ถึงกาลเวลาหรืออย่างไรจึงยังไม่ แพร่หลายเท่าที่ควรบัดนี้น่าจะถึงกาลเวลาที่ผู้รู้จะได้ยังกิจนี้ให้สมบูรณ์ เพื่อประโยชน์เกื้อหนุนแก่พระพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองไม่มีประมาณจะยังจิตให้ แก่สรรพสัตว์ได้รักในการบำเพ็ญบารมีในทางที่ไม่ประมาท และเป็นความเจริญใน ชาติบ้านเมืองอันเป็นจุดนำไปสู่ความเจริญและสันติภาพของโลกด้วย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)